นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2562 จากเดือน ต.ค.61 ถึงล่าสุดเดือน มี.ค.62 กรมสรรพากรได้จัดเก็บรายได้รวมที่ 823,000 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งจัดเก็บได้ 769,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% หรือเพิ่มขึ้น 54,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเป้าประมาณการพบว่าสูงกว่าเป้า 3% หรือ 23,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายทั้งปีตั้งเป้าไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะจัดเก็บได้ตามเป้าแน่นอน ทั้งนี้ เงินจากการจัดเก็บรายได้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงเดือน มิ.ย.และ ส.ค.62 ซึ่งจะมีการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา โดยปัจจุบันกรมจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาได้แล้ว 151,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท หรือ 5.73% จากช่วงปีก่อนซึ่งจัดเก็บได้ 143,000 ล้านบาท ส่วนภาษีนิติบุคคลจัดเก็บได้แล้ว 179,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท หรือ 4.7% จากช่วงปีก่อนซึ่งเก็บได้ 171,000 ล้านบาท

“6 เดือนที่ผ่านมา กรมจัดเก็บรายได้ได้เกินเป้ามาตลอด ถือเป็นการจัดเก็บเกินเป้าในรอบ 6-7 ปีของกรมแต่ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังน่าห่วง เนื่องจากมีความเสี่ยงความไม่แน่นอนทางการเมือง และความผันผวนเศรษฐกิจ โดยกองทุน การเงินระหว่างประเทศ (IMF) และเวิลด์แบงก์ ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงมาต่ำกว่า 4% ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจ จึงไม่จับจ่ายซื้อของทำให้การซื้อขายลดลง อาจทำให้สถาบันการเงินและบริษัทจดทะเบียนได้รับผลกระทบ รวมทั้งการจัดเก็บภาษีของกรมโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งเป็นรายได้หลัก”

นอกจากนี้ การที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ กำหนด ให้บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยหากลูกจ้างที่อายุงาน 20 ปีขึ้นไป หากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดต้องจ่ายชดเชย 400 วันนั้น ทำให้แต่ละบริษัทต้องตั้งงบสำรองขึ้นมา ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระมากขึ้น สำหรับภาษีที่เก็บได้จากมูลค่าเพิ่ม (VAT) ณ เดือน มี.ค.62 กรมสามารถจัดเก็บได้แล้วจำนวน 404,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งจัดเก็บได้ 387,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.5% คิดเป็น 17,000 ล้านบาท โดยจัดเก็บได้มากกว่าเป้าประมาณการที่วางไว้ 1,200 ล้านบาท

cradit : https://www.thairath.co.th/news/business/1549751